วันอาทิตย์, 17 มกราคม 2564

สนามบินแทบแตก เที่ยว ‘เชียงใหม่’ รับหนาว

สารพัดปัจจัยบวกหนุนท่องเที่ยวเชียงใหม่ฟื้น คนเดินทางผ่านสนามบินทะยานวันหยุดยาวคาดแตะ 25,000 คนต่อวัน ยอดพักโรงแรมโซนภูเขาขยับเป็น 60% แล้ว

นางละเอียด บุ้งศรีทอง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) กล่าวว่า เดือนพฤศจิกายนนี้สถานการณ์การท่องเที่ยวเชียงใหม่กลับมาคึกคัก จากสภาพอากาศที่เริ่มหนาวเย็นเป็นใจ ดอกไม้ก็เริ่มเบ่งบานกระตุ้นคนอยากเดินทางมาถ่ายรูป ทำให้มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าเชียงใหม่และ 8 จังหวัดภาคเหนือเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ กระเตื้องขึ้นจากช่วงไตรมาส 3 (เดือนก.ค.-ก.ย. 2563) ต่อเนื่องถึงตุลาคมที่ยังเนือย ๆ มีอัตราเข้าพักโรงแรมเฉลี่ยที่ 15% ไต่ระดับเพิ่มขึ้นโดยที่พักในเมืองอยู่ที่ 40% ส่วนโซนภูเขาขึ้นไปที่ 60% แล้ว

การเดินทางมาเที่ยวช่วงนี้เป็นโอกาสที่ดี เนื่องจากยังอยู่ในช่วงที่สามารถใช้โครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่รัฐบาลจะช่วยอุดหนุนค่าใช้จ่ายให้ 40% ที่ขยายเวลาโครงการให้ไปถึงสิ้นเดือนม.ค. 2564 ที่นักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่พักที่จัดโปรโมชั่นลดราคาดึงดูดลูกค้าด้วย โดยสามารถเลือกพักโรงแรม 5 ดาวได้ในราคาระดับ 3 ดาว ประกอบกับเป็นช่วงปิดเทอมของนักเรียน สามารถเดินทางเที่ยวทั้งครอบครัวได้อีกด้วย ส่วนราคาตั๋วเครื่องบินที่ราคายังค่อนข้างสูงนั้น ภาครัฐกำลังพิจารณาจะปรับลดภาษีน้ำมันเครื่องบิน เพื่อให้ลดราคาลงมาอยู่ADVERTISING

นาวาอากาศโท มัธยัณห์ ไกรสรทองศรี รองผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จำนวนนผู้โดยสารผ่านท่าอากาศยานเชียงใหม่ในเดือนพฤศจิกายนนี้ เฉลี่ยที่ 22,000 คนต่อวัน โดยเป็นคนไทย 90% อีก 10% เป็นคนต่างชาติทั้งที่อยู่ทำงานในไทยหรือนักท่องเที่ยวที่ตกค้างอยู่ จากยอดผู้โดยสารก่อนเกิดโควิด-19 ที่มีจำนวน 40,000 คนต่อวัน แต่ถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ เพราะเป็นยอดการเดินทางเฉพาะคนไทย โดยที่ผ่านมาเทอมินอลแทบแตก เพราะเมื่อถึงหน้าหนาวทุกคนคิดถึงเชียงใหม่และอยากมา ทำให้เศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียน โดยวันหยุดยาวนี้คาดว่าอาจมีจำนวนคนเดินทางเพิ่มขึ้นไปเป็นวันละ 25,000 คน

ทั้งนี้ สนามบินเชียงใหม่เตรียมปรับระบบรองรับ โดยจะเปลี่ยนมาตรการตรวจสอบสัมภาระลงทะเบียน และมาตรการรักษาความปลอดภัย จากระบบ Terminal Screening ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันเปลี่ยนเป็นระบบ In-Line Screening เริ่ม 1 ธ.ค.2563 นี้

เศรษฐกิจเชียงใหม่คึกคักไปถึงตลาดสดประชาชนออกมาใช้จ่ายตาม “โครงการคนละครึ่ง” พ่อค้าแม่ค้าตลาดศิริวัฒนา รับว่า ร้านค้าในตลาดเข้าร่วมโครงการเกือบทุกร้าน และช่วยกระตุ้นยอดขายเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว ทำให้สามารถกระจายรายได้ลงสู่ผู้ประกอบการรายย่อยได้เป็นอย่างดี จากก่อนหน้านี้กำลังซื้อหายไปหมด ขณะที่ประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการฯ บอกว่า อยากให้รัฐบาลทำโครงการนี้ต่อไป เพราะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว และทำให้ซื้อสินค้าได้มากขึ้น

ขณะที่นายธนิต ชุมแสง เจ้าของร้านอาหารเดอะกู๊ดวิว วิลเลจ เชียงใหม่ (The Good View Village Restaurant & Karaoke) กล่าวว่า สถานการณ์ร้านอาหารในจังหวัดเชียงใหม่ จากเดือนมิถุนายน-ตุลาคม ประมาณ 4 เดือน หลังจากที่มีการคลายล็อกดาวน์ มีร้านอาหารกลับมาเปิดประมาณครึ่งหนึ่ง จากจำนวนร้านอาหารในเชียงใหม่ 12,800 ร้าน มีลูกค้ามาใช้บริการเฉลี่ย 70%

ธุรกิจร้านอาหารเชียงใหม่ตอนนี้ได้ผลพวงจากโครงการของรัฐบาลคือ เราเที่ยวด้วยกันเป็นหลัก และช่วงหยุดยาวอากาศเริ่มเย็นเป็นใจ ยอดนักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่เพิ่ม ร้านอาหารที่คนเชื่อมั่นมีคนเช็กอินแน่นหมด ทำให้หลายรายเริ่มคิดขยายพื้นที่ร้านหรือสาขาเพิ่ม รวมทั้งเดอะกู๊ดวิวฯ แต่เวลานี้ประสบปัญหาว่าหาแรงงานมาทำงานไม่ได้ อาจเป็นเพราะแรงงานต่างด้าวที่กลับประเทศต้นทางยังกลับมาไม่ได้ ส่วนแรงงานไทยที่อยู่ห่างไกลกลับไปบ้านแล้วยังไม่ได้กลับมา หรืออาจตัดสินใจหางานที่บ้านทำ

เนื้อหาโดย
หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 40 ฉบับที่ 3,629 วันที่ 22-25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563